K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย View my profile


[KHR*FIC*D18] SIDE

posted on 25 Jan 2009 01:32 by aniefefalus in REBORN

 

 

........


ก่อนอ่าน  ทำใจหน่อย...

มันเป็นความใฝ่สูงของ จขบ.
อยากลองของ


จขบ.ไม่เคยแต่ง D18 มาก่อน(แบบเพียวๆอ่ะนะ) 

พล็อตก็ค่อนข้างหลวมๆ  หลวมโคร่งเลย ฮ่า  คิดพล็อตได้เพราะอ่านโดเรทๆ *-* ทะลึ่งเนาะ  แต่ฟิคมันไม่เรทตามโดอ่ะ  ฮ่วย 

 


เชิญเค่อะ

 

WARNING

Fiction นี้เป็น yaoi ถ้าผู้ใดรับไม่ได้หรือ
ไม่รู้จักคำนี้ขอให้ปิดไปซะ  เราเตือนแล้วนะ
ไม่จำเป็นต้องฝืนอ่านถ้าไม่ชอบเราไม่บังคับ
- ขอบคุณค่ะ -
 

KHR FanFiction


- SIDE -

pairing :  D18

rating  : PG-15

 


... นี่ก็ผ่านไป 3 อาทิตย์ ...


... ที่เจ้าม้าบ้านั่นกลับไปอิตาลี ...


... เหมือนเหตุการณ์จะกลับไปเป็นช่วงปกติ  เป็นนามิโมริที่สงบสุขดี 


... เหมือนมันยังไม่พอ ...

 

เสื้อกาคุรันสีดำสนิทถูกสะบัดขึ้นคลุมไหล่ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นประธานนักเรียนแห่งนามิโมริ  แม้ว่าชุดเครื่องแบบจะแตกต่างไปจากนักเรียนม.ต้นคนอื่นๆ  แต่ความต่างก็ไม่ได้ช่วยลดความน่าเกรงขาม(และน่าเกรงใจ)แต่กลับเพิ่มความกดดันเข้ามาหลายร้อยล้านหน่วยได้น่าประหลาด  ทั้งที่เหล่าลูกน้องและพวกปลายแถวจะดูกำยำใหญ่โตมากกว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าหลายเท่า

ฮิบาริออกตรวจระเบียบตอนเช้าตรู่ของทุกวันเป็นกิจวัตรหน้าที่  และมอบหมายงานตรวจตรารอบๆให้พวกลูกน้องที่ตัวสูงใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่าไปจัดการแทน

 


... ก็เป็นแบบนี้  อย่างที่เป็น  ทุกๆวัน ...

 

 

มือผอมบางจัดเรียงเอกสารที่วันนี้ต้องรับผิดชอบไว้ริมขวาสุดของโต๊ะประจำตำแหน่ง   ก่อนลากเก้าอี้หนังตัวใหญ่ออกแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน  มือบางหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงสแล็คกดดูหมายเลขที่ไม่ได้รับสาย


0  miss  call


... เฮอะ ...

 


เมื่อไม่เห็นเบอร์โทรศัพท์ของคนที่อยากให้ขึ้นเป็นหมายเลขไม่ได้รับสาย  อารมณ์หงุดหงิดก็เริ่มก่อตัวภายใต้ใบหน้าที่ไร้อารมณ์บ่งบอก


...  ว่าฉุนถึงระดับฆ่าคนด้วยวิธีการไหนๆแล้ว ... 

 

 

นิ้วโป้งก็ได้แต่เลื่อนไปเลื่อนมาเผื่อจะมีหมายเลขแปลกปลอมติดอยู่ซักแห่งในเมมโมรี่   และกดดูเมสเสจที่อาจจะไม่ได้เช็ค  หรือเมสเสจที่บอกว่าโทรเข้าไม่ติด  แต่ก็ไม่มีสิ่งที่อยากจะอ่านเลยแม้แต่ตัวเดียว ...

 

ลิ้นชักโต๊ะทำงานฉลุลายสวยงามถูกชักออกมาด้วยแรงไม่เบานักก่อนมือถือเข้ากรรมจะโดนเนรเทศเข้าไปใช้บริการเก็บตัวเองในนั้นไป  ตามด้วยล็อคลิ้นชักบานนั้นซ้ำอีกครั้ง  เหมือนกลัวมันจะหนีออกมาเองได้อย่างนั้น

 


... น่าขย้ำทิ้งชะมัด ...

 

 

ร่างเล็กเดินออกจากห้องกรรมการรักษาระเบียบไปทำหน้าที่ที่หน้าประตูโรงเรียนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน  คอยจับตาพวกนักเรียนที่หาเรื่องสุมหัวกัน  ก่อนจะไล่ให้แตกกลุ่มได้ไม่ยากเย็น 
ในที่สุดสายตาเรียวก็ไปสะดุดกับเจ้าของเรือนผมสีเงินที่กำลังเดินปึงปังๆเข้าอาคารเรียนไปโดยไม่ทักทายอาจารย์หน้าประตู  และตัวสาเหตุหัวตั้งก็วิ่งหอบตามหลังมา  โบกมือเรียกพลาง  ตะโกนเรียกชื่อไปพลาง  หันไปทักทายกับอาจารย์แล้ววิ่งผ่านหน้าประธานกรรมการรักษาระเบียบไปเหมือนเป็นแค่อากาศธาตุ

 

... พวกแกตายแน่ ...

 

 

ร่างบางพยายามคิดจะเบี่ยงสาเหตุของ2คนนั้นไปที่"ส่งเสียงเอะอะภายในสถานที่ศึกษา"   ไม่ใช่ว่าหงุดหงิดที่เห็น2คนนั้นไปไหนต่อไหนด้วยกัน 

 


... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ  ผิดระเบียบก็คือผิดระเบียบสิ ... 

 

 

ถ้าไม่เป็นเพราะคุซาคาเบะตามตัวให้ไปรับเอกสารใหม่หรอกนะ  ไม่งั้นได้ขย้ำคนทิ้งแต่หัววันแน่ๆ

 

 


.......

 

ฮิบาริเดินนำหน้าคุซาคาเบะที่ขนแฟ้มปกแข็งสีดำ4-5เล่มเดินตามเข้ามาในห้องกรรมการรักษาระเบียบแล้วนำทั้งหมดวางไว้ที่กลางโต๊ะหัวหน้า  ก่อนจะเช็คเอกสารข้างในอีกรอบรวมถึงทวนรายละเอียดถึงข้อมูลต่างๆให้ร่างบางฟัง  จริงๆปกติจะไม่ทวนเนื้อหาซ้ำ  แต่ว่าอาการของหัวหน้าตัวเองวันนี้ท่าทางจะมีสติรับรู้ช้ามาก  เพราะขนาดเคยพูดไปแล้ว  ฮิบาริยังเอาแต่อืมตอบรับส่งๆไปตลอด  ปกติถ้าพูดย้ำซ้ำๆบ่อยๆต้องโดนไล่ให้ออกจากห้องไปแล้ว  นี่แสดงว่าทีพูดไปตอนแรกไม่เข้าหัวเลยสินะ... 

 


15  นาที  ผ่านไป

 

คุซาคาเบะขอตัวไปทำหน้าที่ช่วงบ่ายต่อไป  หลังจากเสียเวลาไป15นาทีที่ต้องเเจงรายละเอียดซ้ำไปซ้ำมากว่าหัวหน้าตัวเล็กคนนี้จะเรียบเรียงได้เป็นเรื่องเป็นราว  เคสนี้ถือว่าแปลกมากสำหรับประธานนักเรียนคนนี้  แล้วยิ่งหลายวันมา... หัวหน้าก็ออกอาการแบบนี้... เพิ่มไปเรื่อยๆ

 

 


หลังจากคุซาคาเบะออกจากห้องไป  ฮิบาริถึงกับต้องแหงนหน้าพิงท้ายทอยเข้ากับพนักศีรษะของเก้าอี้  ทำไมแค่งานเด็กๆแบบนี้ถึงฟังไม่รู้เรื่องซักที...

ร่างเล็กพาตัวเองเดินมาที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่มองทะลุไปได้รอบๆโรงเรียนส่วนหนึ่ง  จึงมองสภาพรอบๆโรงเรียนและต้นไม้สูงใหญ่ไปเรื่อยๆ


... ดูวิวไปพลางๆ  ก็ดีเหมือนกันนะ ...

 

 

 

พออารมณ์เริ่มดีขึ้น  ฮิบาริตั้งใจจะหันกลับไปทำงานที่ค้างต่อ  สายตาก็ไปสะดุดให้กับคู่ที่กวนอารมณ์ให้ขุ่นเมื่อเช้า  ที่ตอนนี้อยู่ในสถานที่เดียวกัน...  สภาพการณ์แตกต่างจากเมื่อตอนเช้าเหมือนผิวเมฆกับพื้นเหว

 

อารมณ์ที่เริ่มจะดีขึ้น  กลับมีกระแสเมฆฝนมหึมาก่อตัวขึ้นอีกระลอก 

 

 

... ไม่ชอบแบบนี้ ... 

 

ไม่เข้าใจว่าตัวเองยังไม่ชิน...ไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร...ไม่เข้าใจว่าหงุดหงิดอะไร...ไม่เข้าใจว่า..

 

รออะไรอยู่

 

 

 


"กินข้าวในสวนแบบนั้นก็ไม่เลวเหมือนกันเนาะ "